วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ข้อสอบ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551

ข้อสอบ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551
1. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551
ก. มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีความเป็นพล
     เมืองไทย พลเมืองโลกที่ดี
ข. มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย
     ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทย
ค. มุ่งยกระดับสติปัญญาของนักเรียนให้สูงขึ้น รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถแข่งขัน
     ในเวทีโลกได้
ง. ถูกทุกข้อ
2. หลักการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51 มีกี่ข้อ
 ก. 5 ข้อ   ข. 6 ข้อ  ค. 7 ข้อ   ง. 8 ข้อ
3. ข้อใดไม่ใช่หลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน51
 ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ   
 ข. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน
 ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ        
 ง. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างชัดเจน เข้าใจง่าย
4. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็น มีลักษณะเช่นไร
 ก. คนดี  มีปัญญา  มีความสุข  มีศักยภาพในการศึกษาต่อ  และประกอบอาชีพ
 ข. คนดี  คนเก่ง  มีปัญญา  นำพาสังคมสู่ความรุ่งเรือง
 ค. มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งกาย  ใจ  มีความสุขในการดำรงชีวิต
 ง. มนุษย์ที่ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์
5. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551
 ก. มีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่พึงประสงค์
 ข. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมี
     ทักษะชีวิต
 ค. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย
 ง. ถูกทุกข้อ
6. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51 มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญกี่ประการ
 ก. 5 ประการ ข. 6 ประการ
 ค. 7 ประการ ง. 8 ประการ
7. ข้อใดเป็นสมรรถนะที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ
 ก. ความสามารถในการสื่อสาร
 ข. ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์
 ค. ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ
 ง. ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
8. ข้อใดคือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51
 ก. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ข. ซื่อสัตย์สุจริต
 ค. มีวินัย   ง. ถูกทุกข้อ
9. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51 มีกี่กลุ่มสาระการเรียนรู้
 ก. 8   ข. 9
   ค. 10   ง. 11
10. สิ่งสะท้อนให้รู้ว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร
 ก. สาระการเรียนรู้   ข. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
 ค. เนื้อหาการเรียน   ง. มาตรฐานการเรียนรู้
11. สิ่งที่นักเรียนพึ่งรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น
 ก. ตัวชี้วัด    ข. ตัวบ่งชี้
 ค. สมรรถนะ   ง. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
12. เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
 ก. ตัวชี้วัดชั้นปี   ข. ตัวบ่งชี้ชั้นปี
 ค. สมรรถนะชั้นปี   ง. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังชั้นปี
13. เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ก. ตัวชี้วัดชั้นปี   ข. ตัวบ่งชี้ชั้นปี
 ค. สมรรถนะชั้นปี   ง. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังชั้นปี
14. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51แบ่งเป็นกี่ลักษณะ
 ก. 2     ข. 3
 ค. 4     ง. 5
15. มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม สอดคล้องกับข้อใด
 ก. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
 ข. สาระการเรียนรู้
 ค. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
 ง. กิจกรรมการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
16. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา การกำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ
 ก. กิจกรรมแนะแนว
 ข. กิจกรรมนักเรียน
 ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
 ง. กิจกรรมชุมนุม ชมรม
17. เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม
 ก. กิจกรรมแนะแนว
 ข. กิจกรรมนักเรียน
 ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
 ง. กิจกรรมชุมนุม ชมรม
18. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญประโยชน์ตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
 ก. กิจกรรมแนะแนว
 ข. กิจกรรมนักเรียน
 ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
 ง. กิจกรรมชุมนุม ชมรม
19. ระดับการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51 จัดเป็นกี่ระดับ
 ก. 3  ข. 4
 ค. 5  ง. 6
20. มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิด คำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม คือการจัดการศึกษาระดับใด
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนกลาง
21. มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สำรวจความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนกลาง
22. เน้นการเพิ่มพูนความรู้และทักษะเฉพาะด้านสนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนแต่ละคนทั้งด้านวิชาการ และวิชาชีพ
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนกลาง
23. จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนวันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนกลาง
24. จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวันละไม่เกิน 6 ชั่วโมง
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนกลาง
25. จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนกลาง
26. การจัดเวลาเรียนเป็นรายภาค 80 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับกี่หน่วยกิต
 ก. 1  ข. 2
 ค. 3  ง. 4
27. รวมเวลาเรียนทั้งหมด ไม่น้อยกว่า 1000 ชั่วโมง/ปี
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับก่อนประถมศึกษา
28. รวมเวลาเรียนทั้งหมด ไม่น้อยกว่า 1200 ชั่วโมง/ปี
 ก. ระดับประถมศึกษา
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ง. ระดับก่อนประถมศึกษา
29. โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายรวม 3 ปี ไม่น้อยกว่ากี่ชั่วโมง
 ก. 1200  ข. 2000
 ค. ไม่น้อยกว่า 3600 ง. ไม่น้อยกว่า 4000

30. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่กำหนดไว้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีเวลาปีละกี่ชั่วโมง
 ก. ปีละ 120 ชั่วโมง   ข. ปีละ 200 ชั่วโมง
 ค. ปีละ 360 ชั่วโมง   ง. ปีละ 260 ชั่วโมง
31. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่กำหนดไว้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีเวลาปีละกี่ชั่วโมง
 ก. ปีละ 120 ชั่วโมง   ข. ปีละ 200 ชั่วโมง
 ค. ปีละ 360 ชั่วโมง   ง. ปีละ 260 ชั่วโมง
32. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้สถานศึกษาจัดสรรเวลาให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมอย่างไร
 ก. ระดับประถมศึกษา (ป.1-6) 6 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง
 ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) รวม 3 ปี จำนวน 45 ชั่วโมง
 ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) รวม 3 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง
 ง. ถูกทุกข้อ
33. ยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน สอดคล้องกับข้อใด
 ก. หลักการจัดการเรียนรู้  ข. การออกแบบการเรียนรู้
 ค. กระบวนการเรียนรู้   ง. ถูกทุกข้อ
34. ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพ สื่อสารเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคำนึงถึงสิ่งใด
 ก. ความสอดคล้องกับหลักสูตร  ข. วัตถุประสงค์การเรียนรู้
 ค. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ง. ถูกทุกข้อ
35. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักพื้นฐานอะไร
 ก. เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน
 ข. เพื่อตัดสินการสอบผ่านและไม่ผ่าน
 ค. เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอน
 ง. เพื่อประเมินตามสภาพจริง สอดคล้องกับการเรียนรู้
36. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 51 แบ่งเป็นกี่ระดับ
 ก. 4  ข. 5
 ค. 6  ง. 7
37. เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอในการจัดการเรียนการสอน
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
38. เป็นการตรวจสอบว่าผู้เรียนพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
39. เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
40. เป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
41. ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความผิดชอบ
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
42. สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้นประถมศึกษาปีที่3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 เข้ารับการประเมิน
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
43. ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบาย
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
44. ระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา ใครเป็นผู้ดำเนินการจัดทำ
 ก. เขตพื้นที่การศึกษา
 ข. สถานศึกษา
 ค. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 ง. กระทรวงศึกษาธิการ
45. ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการตัดสินผลการเรียนในระดับใด
 ก. ก่อนประถมศึกษา   ข. ประถมศึกษา
 ค. มัธยมศึกษา   ง. ถูกทุกข้อ
46. ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้นๆ ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน แลมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการตัดสินผลการเรียนในระดับใด
 ก. การประเมินระดับชั้นเรียน  ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
 ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. การประเมินระดับชาติ
47. การพิจารณาเลื่อนชั้นทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของใครที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้
 ก. เขตพื้นที่การศึกษา
 ข. สถานศึกษา
 ค. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 ง. กระทรวงศึกษาธิการ
48. หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาจะดำเนินการอย่างไร
 ก. ตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้
 ข. ปรึกษากับเขตพื้นที่การศึกษา
 ค. ประชุมผู้ปกครองนักเรียนที่ไม่ผ่าน
 ง. ถูกทุกข้อ
49. ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนการรายวิชาสถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้คำสำคัญสะท้อนมาตรฐาน
 ก. ก่อนประถมศึกษา   ข. ประถมศึกษา
 ค. มัธยมศึกษา   ง. ถูกทุกข้อ
50. ให้ระดับผลการประเมินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน สอดคล้องกับการประเมินในข้อใด
 ก. การประเมินการอ่าน
 ข. การประเมินการคิดวิเคราะห์และเขียน
 ค. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
 ง. ถูกทุกข้อ
51. ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ
 ก. ก่อนประถมศึกษา   ข. ประถมศึกษา
 ค. มัธยมศึกษา   ง. ถูกทุกข้อ
52. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างไร
 ก. ดี  ดีเยี่ยม   ข. ผ่าน  ไม่ผ่าน
 ค. ดีเยี่ยม  ดี  ผ่าน  ไม่ผ่าน  ง. ถูกทุกข้อ
53. การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการเยนรู้ของผู้เรียนซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละกี่ครั้ง
 ก. 1 ครั้ง    ข. 2 ครั้ง
 ค. 3 ครั้ง    ง. 4 ครั้ง
54. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็นกี่ระดับ
 ก. 2 ระดับ    ข. 3 ระดับ
 ค. 4 ระดับ    ง. 5 ระดับ
55. (1) ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียน ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด
(2) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนดเป็นเกณฑ์การจบการศึกษาระดับใด
 ก. ก่อนประถมศึกษา   ข. ประถมศึกษา
 ค. มัธยมศึกษา   ง. ถูกทุกข้อ
56. (1) ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 39 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 39 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า38 หน่วยกิต
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนดเป็นเกณฑ์การจบการศึกษาระดับใด
 ก. ก่อนประถมศึกษา   ข. ประถมศึกษา
 ค. มัธยมศึกษา   ง. ถูกทุกข้อ
57. (1) ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 63 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 63 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า14 หน่วยกิต
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนดเป็นเกณฑ์การจบการศึกษาระดับใด
 ก. ก่อนประถมศึกษา   ข. ประถมศึกษา
 ค. มัธยมศึกษา   ง. ถูกทุกข้อ
58. เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลสารและสนเทศ ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่างๆ แบ่งเป็นกี่ประเภท
 ก. 2    ข. 3
 ค. 4    ง. 5
59. เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
 ก. ระเบียนแสดงผลการเรียน  ข. ประกาศนียบัตร
 ค. แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  ง. แบบรายงานประจำตัวนักเรียน
60. ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อยเป็นระยะเวลาเท่าใด
 ก. 1 ภาคเรียน   ข. 2 ภาคเรียน
 ค. 1 ปี    ง. 2 ปี

ข้อสอบครูผู้ช่วย ชุดที่ 28

ข้อสอบ ชุดที่ 28
1. ความสำคัญของสื่อการเรียนการสอนตรงกันข้อใดมากที่สุด       ก. ช่วยให้ผู้สอนสะดวกสบาย                                                 ข. ช่วยให้บทเรียนชัดเจนยิ่งขึ้น
       ค. ช่วยลดเวลาสอนของครูให้น้อยลง                    ง. ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้บรรลุตามวัตถุประสงค์
2. การเขียนแผนการสอนที่เหมาะสมที่สุดจัดลำดับหัวข้ออย่างไร
       ก. จุดประสงค์ ความคิดรวบยอด เนื้อหา กิจกรรม
      ข. ความคิดรวบยอด จุดประสงค์ เนื้อหากิจกรรม
     ค. จุดประสงค์ ความคิดรวบยอด กิจกรรม
     ง.  ความคิดรวบยอด จุดประสงค์ กิจกรรมเนื้อหา
3. ข้อความใดเป็นความหมายการประเมินผล     ก. สมควร อายุ 29 ปี                                                    ข. สมชาย อยากเรียนวิศวะ
    ค. สมหวัง สูง 160 เซนติเมตร                                   ง. สมเกียรติ สอบได้ 80 คะแนน4. จุดมุ่งหมายของการวัดผลการศึกษาที่สำคัญที่สุด
    ก. ตัดสินได้-ตก                                                              ข. ปรับปรุงการวัดผล
     ค. ปรับปรุงการเรียนการสอน                                      ง. ปรับปรุงหลักสูตรการเรียน
5. จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม คือจุดมุ่งหมายที่เป็นอย่างไร
    ก. ระบุว่านักเรียนรู้อะไรบ้าง                                      ข. ระบุว่าพฤติกรรมจะเปลี่ยนไปอย่างไร
   ค. ระบุว่านักเรียนจะมีเจตคติที่มีต่อวิชาที่สอน         ง. ระบุพฤติกรรมที่สังเกตและวัดได้ของนักเรียน6. ข้อใดที่ไม่ใช่ลักษณะของจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม     ก. บวกลบเลขคู่และเลขคี่ได้                                                  ข. อธิบายได้ว่าเลขคู่และเลขคี่ต่างกันอย่างไร
     ค. ทำแบบฝึกหัดว่าด้วยเรื่องเลขคู่และเลขคี่ได้                       ง. เข้าใจในความแตกต่างของเลขคู่และเลขคี่7. เอด การ์ เดล จัดเอาประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดไว้ตรงฐานของกรวย เพื่อแสดง
ให้เห็นว่าเป็นประสบการณ์ที่เป็นอย่างไร

        ก. เป็นนามธรรมมากที่สุด                                                     ข. จัดได้ง่ายที่สุด
       ค. เป็นจริงมากที่สุด                                                                ง. ทำให้เสียเวลาในเรียนน้อยที่สุด
8. ผู้เรียนจะสนใจและอยากเรียนมากขึ้นในเมื่อสิ่งที่เรียนนั้นเป็นอย่างไร     ก. มีความสวยงาม                                                        ข. เคลื่อนไหวได้
     ค. ผู้เรียนเคยพบเห็นมาแล้ว                                       ง. มีความหมายต่อผู้เรียน9. ข้อใดเป็นการสอนที่ไม่ค่อยเหมาะสม    ก. สอนโดยวิธีแนะให้เด็กรู้จักตนเอง                        ข. ให้เด็กมีส่วนรวมในการจัดกิจกรรม
    ค. จัดกิจกรรมให้ทุกคนทำเหมือนกัน                         ง. จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาการของเด็ก
10. การสอนที่ดีคำนึงถึงอะไรเป็นสำคัญ      ก. วัย                                                                              ข. เพศ
       ค. สิ่งแวดล้อม                                                            ง. ความแตกต่างระหว่างบุคคล
11. การมีหลักและวิธีสอนที่ดีให้ประโยชน์ในเรื่องใด     ก. นักเรียนสนใจเรียน                                                 ข. ประหยัดเวลาในการสอน
    ค. นักเรียนเกิดความคิดริเริ่ม                                       ง. การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ12. ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ของการจัดบรรยากาศในห้องเรียน
     ก. ความสวยงาม
                                                            ข. ส่งเสริมการเรียนรู้
     ค. มีลักษณะคล้ายบ้านของตน                                   ง. ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
13. หลักการสำคัญที่สุดในการจัดห้องเรียนคืออะไร     ก. ความสะอาด                                                             ข. ประโยชน์ใช้สอย     ค. ความเป็นระเบียบ                                                    ง. การพักผ่อนหย่อนใจ
14. บรรยากาศในห้องเรียนหมายถึงอะไร    ก. การจัดตกแต่งห้องเรียน                                           ข. กิจกรรมการเรียนการสอน
   ค. สิ่งแวดล้อมทั้งหมดรอบตัวเด็ก                               ง. สิ่งของต่าง ๆ ที่มีอยู่ในห้องเรียน
15. ศูนย์ปฐมวัยเป็นการจัดการศึกษาประเภทใด     ก. การศึกษาพิเศษ                                                        ข. การศึกษาส่งเคราะห์
     ค. การศึกษานอกโรงเรียน                                          ง. การศึกษาก่อนระดับประถมศึกษา
16. พลศึกษาควรใช้การวัดผลวิธีใดบ้าง
    ก. สังเกต                                                                         ข. การปฏิบัติ
    ค. แบบทดสอบ                                                              ง. ถูกทุกข้อ
17. กลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัยการประเมินผลเน้นด้านใด      ก. ความรู้                                                                    ข. ความคิด
     ค. การปฏิบัติ                                                                   ง. ทดสอบภาคปลายภาค
18. กลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพจะประเมินผลการปฏิบัติได้ดีที่สุดจากอะไร
       ก. ตรวจผลงาน
                                                            ข. ตรวจแบบฝึกหัด
      ค. ตรวจข้อทดสอบ                                                     ง. สัมภาษณ์
19. ในการจัดลำดับประสบการณ์ของเอดการ์เดลยึดถือหลักในข้อใด
       ก. ลักษณะโครงสร้างของสื่อ
       ข. ลักษณะความมุ่งหมายของการสอน
       ค. ความต่อเนื่องระหว่างประสบการณ์จริงกับนามธรรม     ง. ความแตกต่างระหว่างบุคคล
20. ถ้าท่านสอนเด็กท่านจะใช้สื่อการสอนเพื่อเหตุผลในข้อใด
      ก. ทำให้คุณภาพของการเรียนรู้ดีขึ้น
      ข. ทำให้ผู้เรียนสนใจบทเรียนมากขึ้น
     ค. ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น
      ง. ทำให้สอนสบายขึ้น
21. ข้อใดเป็นอุปกรณ์ที่ให้ประสบการณ์แก่ผู้เรียนได้ถูกต้องที่สุด
      ก. วัตถุของจริง            ข. วัตถุจำลอง               ค. ของตัวอย่าง                      ง. ของเลียนแบบ
22. คอร์สแวร์ หมายถึงข้อใด
    ก. เครือข่ายการศึกษา                                                    ข. วิธีสอน
    ค. หลักสูตรพัฒนาครู                                                   ง. สื่อการเรียนการสอน.23. การสอนเด็กเป็นรายบุคคลจะใช้ได้ดีเมื่อใด
     ก. ชั้นเรียนมีขนาดเล็ก                                               ข. นักเรียนในชั้นอ่อนมาก
     ค. ครูมีเวลามากพอที่จะทำ                                         ง. ถูกทั้ง 3 ข้อ
24. การสอนคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกควรเริ่มอย่างไร
     ก. ของจริง ภาพ สัญลักษณ์                                                          ข. ภาพ สัญลักษณ์ ของจริง
     ค. สัญลักษณ์ ภาพ ของจริง                                                        ง. ของจริง สัญลักษณ์ ภาพ
25. การสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษามีจุดประสงค์ที่สำคัญเพื่ออะไร
    ก. เพื่อให้สามารถใช้พจนานุกรมได้
    ข. เพื่อให้เข้าใจความหมายและสามารถใช้คำศัพท์ได้
    ค. เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ทางภาษา
    ง. เพื่อให้มีความรู้และทักษะพื้นฐานทางภาษาอังกฤษ
26. แบบทดสอบสัมฤทธิผล ( Achievement test ) ที่สำรวจพื้นฐานของความรู้โดยทั่วไปคือข้อใด
     ก. Mastery test                                                                             ข. Survey test
    ค. Diagnostic test                                                                          ง. Basic test
27. การประเมินผลการเรียนมีความหมายตรงกับข้อใด
       ก. การทดสอบความรู้ของนักเรียน
       ข. การวัดคุณลักษณะที่พึงประสงค์
       ค. การตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน
     ง. การพิจารณาให้ระดับผลการเรียน
28. จุดมุ่งหมายที่สำคัญของการวัดและประเมินผลการเรียนคือข้อใด    ก. ตัดสินผลการเรียน
    ข. ปรับปรุงการเรียนการสอน
    ค. ค้นหาข้อบกพร่องของนักเรียน
    ง. แจ้งผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบ
29. ข้อใดเป็นการประเมินผลย่อยระหว่างภาคเรียน
    ก. Formal Evaluation                                                                  ข. Informal Evaluation
    ค. Formative Evaluation                                                             ง. Summative Evaluation
30. การประเมินผลระหว่างภาคเรียนมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร   ก. ตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน                                      ข. ตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน
   ค. ตัดสินผลการเรียน                                                                     ง. ปรับปรุงการเรียนการสอน

ข้อสอบครูผู้ช่วย ชุดที่ 27

ข้อสอบ ชุดที่ 27
1. จุดมุ่งหมายที่สำคัญของการวัดและประเมินผลการเรียนคือข้อใด      ก. ตัดสินผลการเรียน                                                                 ข. ปรับปรุงการเรียนการสอน      ค. ค้นหาข้อบกพร่องของนักเรียน                          ง. แจ้งผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบ
2. การตรวจสอบคุณภาพของข้อทดสอบ
    ก. ความชัดเจนของภาษาและความถูกต้องของเนื้อหา
    ข. ความเชื่อมั่นของข้อทดสอบ
    ค. ความยากง่ายของข้อทดสอบ
    ง. ความสอดคล้องของข้อสอบกับตารางวิเคราะห์เนื้อหา
3. การประเมินในข้อใดสำคัญที่สุด
     ก. การแก้ไขพัฒนาผู้เรียน                                            ข. การพัฒนาระบบการให้ระดับคะแนน
    ค. การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร                         ง. การตัดสินให้ผ่านและไม่ผ่านในการสอบปลายปี
4. เครื่องมือที่เหมาะสมกับการวัดพฤติกรรมด้านทักษะกระบวนการคือข้อใด    ก. แบบสังเกต                                                                 ข. แบบสัมภาษณ์
    ค. แบบสำรวจรายการ                                                   ง. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน5. ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ของหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533)กลุ่มทักษะคณิตศาสตร์
     ก. มีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์พื้นฐาน
     ข. รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและแสดงความคิดออกมาอย่างมีระเบียบชัดเจนและรัดกุม
    ค. รู้คุณค่าของคณิตศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
    ง. เฉลียวฉลาดทันคนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
6. การอนุมัติผลการเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียน
ระดับประถมศึกษา เป็นหน้าที่ของใคร
    ก. ผู้บริหารโรงเรียน
                                                       ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด                                                   ง. เลขาธิการกพฐ
7. กิจกรรมแรกๆ ที่ครูควรจัดในการสอนเรื่องการสังเกตและเปรียบเทียบคือข้อใด
      ก. ครูให้นักเรียนหัดสังเกตและเปรียบเทียบของจริงที่มีอยู่ใกล้ตัวที่สุดก่อน
      ข. ครูให้นักเรียนหัดสังเกตและเปรียบเทียบภาพที่ต่างความสูงกันก่อน
     ค. ครูให้นักเรียนหัดสังเกตและเปรียบเทียบภาพที่ต่างสีกันก่อน
      ง. ครูให้นักเรียนหัดสังเกตเปรียบเทียบภาพที่ต่างน้ำหนักก่อน
8. การสอนเรื่องการสังเกตและการเปรียบเทียบเป็นการเตรียมความพร้อมในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์พื้นฐานใด       ก. พื้นฐานทางจำนวนและพื้นฐานทางพีชคณิต
      ข. พื้นฐานทางพีชคณิตและพื้นฐานทางการวัด
      ค. พื้นฐานทางการวัดและพื้นฐานทางสถิติ
     ง. ทุกพื้นฐาน
9. จุดมุ่งหมายหลักของการทำกิจกรรมหรือปฏิบัติการทดลองในการสอนวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา คือข้อใด
     ก. เพื่อให้นักเรียนมีกิจกรรมร่วมในบทเรียน
     ข. เพื่อให้นักเรียนได้รู้จัด และสรุปความรู้ด้วยตนเอง
     ค. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ
     ง. เพื่อให้ชุมชนเห็นว่าโรงเรียนเน้นการสอนวิทยาศาสตร์
10. คำพื้นฐาน ในหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521 (ปรับปรุง พ.ศ. 2533) หมายถึง
      ก. คำที่ใช้สำหรับเป็นพื้นฐานในการเรียนบทต่อไป                               
ข. คำที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
     ค. คำที่ใช้ให้นักเรียนฝึกการอ่านคล่อง                                                    ง. คำที่นักเรียนเขียนผิดเสมอๆ
11. ข้อใดเป็นสิ่งซึ่งต้องพิจารณาในการพัฒนาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนการสอนใน
โรงเรียนประถมศึกษาให้มีประสิทธิภาพเป็นลำดับสุดท้าย
    ก. จัดวิทยาการเรียนรู้ การติดต่อสื่อโสตทัศนศึกษา
    ข. ความจำเป็นและประโยชน์ที่ได้รับ
    ค. การประหยัดงบประมาณและเวลา    ง. ความคิดริเริ่ม และพัฒนานวัตกรรม
12. แบบทดสอบเลือกตอบเหมาะสำหรับวัดพฤติกรรมใด    ก. พิมพ์ภาพใบไม้ได้                                                                    ข. ฉีก ปะติดภาพสัตว์ได้
    ค. บอกชื่อเส้นชนิดต่างๆ ได้                                                         ง. เขียนภาพบ้านในอนาคตได้
13. ข้อใดไม่ใช่จุดหมายของหลักสูตรประถมศึกษา    ก. มีนิสัยไม่เห็นแก่ตัว                                                                  ข. รักการอ่านและใฝ่หาความรู้เสมอ
    ค. ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง                                                           ง. เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคม
14. ส่วนสำคัญของคอมพิวเตอร์ที่จะต่อเข้ากับระบบอินเตอร์เนตคืออะไร
    ก. Ram                                                                                             ข. Hard Disk
    ค. Modem                                                                                         ง. Printer
15. ข้อใดเป็นบทบาทที่สำคัญที่สุดของการประเมินผลต่อระบบการเรียนการสอน
    ก. เพื่อบ่งบอกประสิทธิภาพของหลักสูตร

    ข. เพื่อบ่งบอกประสิทธิภาพของครู
    ค. เพื่อรับรองผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
     ง. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
16. เครื่องมือวัดภาคปฏิบัติข้อใดที่นิยมใช้ทั่วไป
     ก. แบบทดสอบ                                                                             ข. แบบรายงานตนเอง
    ค. แบบมาตรประเมินค่า                                                 ง. แบบสอบถาม/สัมภาษณ์
17. พฤติกรรมด้านจิตพิสัยขั้นรับรู้สัมพันธ์สอดคล้องกับพฤติกรรมด้านพุทธพิสัยระดับใด      ก. วิเคราะห์                                                                                  ข. นำไปใช้
      ค. ประเมินค่า                                                                 ง. ความรู้ ความจำ
18. กิจกรรมใดใช้เวลาเรียนต่างจากพวก      ก. กิจกรรมลูกเสือ                                                                       ข. กิจกรรมอิสระ
      ค. กิจกรรมแก้ปัญหา                                                                     ง. กิจกรรมแนะแนว
19. ส่วนสำคัญของคอมพิวเตอร์ที่จะต่อเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ตคืออะไร
      ก. Ra                                                                                              ข. Hard Disk
     ค. Modem                                                                                        ง. Printer
20. ข้อใดเป็นปัญหาของครูที่ส่งผลต่อการเรียนการสอนน้อยที่สุด      ก. มีชั่วโมงสอนมากและปฏิบัติภารกิจซึ่งนอกเหนือการเรียนการสอน
     ข. ขาดการพัฒนาเทคนิคการสอน
    ค.ขาดการพัฒนาสื่อที่สนองความแตกต่าง    ง. ครูมีขวัญกำลังใจต่ำเนื่องจากปัญหาค่าครองชีพ
21. ครูสมศรี ต้องการจะสอนให้นักเรียนในห้องเรียนเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ท่านคิดว่าควรจะใช้วิธีการสอนใดจะเหมาะสมที่สุด
     ก. ทดลอ
                                                                           ข. บรรยาย
      ค. สาธิต                                                                        ง. บทบาทสมมุติ
22. การจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาในปัจจุบัน การประเมินผลในข้อใดสำคัญที่สุด     ก. ประเมินเพื่อรับรองสัมฤทธิ์ผลของผู้เรียน
     ข. ประเมินเพื่อเปรียบเทียบคุณภาพระหว่างโรงเรียน
      ค. ประเมินเพื่อเป็นข้อมูลย้อยกลับไปยังนักเรียนเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการเรียน     ง. ประเมินเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องในการเรียนรู้
23. หัวใจสำคัญของการพัฒนาการเรียนรู้ของระดับก่อนประถมศึกษา คือการส่งเสริมเรื่องใด
      ก. การส่งเสริมด้านสติปัญญา
     ข. การส่งเสริมด้านสังคมนิสัย
     ค. การส่งเสริมความสามารถทางภาษา
    ง. การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
24. สำนวนไทยข้อใดสนองตอบสุขภาพจิตดี       ก. ทำตัวเป็นหัวเรือใหญ่                                                           ข. ฆ่าควายอย่าเสียดายเกลือ
       ค. หน้าเป็น                                                                                    ง. ดีดลูกคิดรางแก้ว
25. วัตถุประสงค์ในข้อใดน่าจะเป็นวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสร้างแบบทดสอบวินิจฉัยนักเรียน       ก. นักเรียนสามารถบวกลบเศษส่วนอย่างถูกต้อง
      ข. นักเรียนสามารถแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนได้อย่างถูกต้อง
      ค. นักเรียนสามารถบอกความหมายเศษส่วนได้อย่างถูกต้อง
     ง. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบเศษส่วนได้อย่างถูกต้อง26. ข้อทดสอบที่มีคุณภาพดีควรมีลักษณะอย่างในข้อใดมากที่สุด
    ก. ความเชื่อมั่น                                              ข. ความยากง่าย
    ค. อำนาจจำแนก                                            ง. ความตรงตามเนื้อหา27. การจะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขต้องปรับตัวให้เข้ากับข้อใด    ก. ภาวะสังคม ข. ภาวะค่าครองชีพ
   ค. ภาวะความเครียดทางจิต ง. ถูกทุกข้อ
28. หากจะเปรียบเทียบการวางแผนการสอนอาชีพค้าขาย การรู้ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน
ควรจะอยู่ในขั้นการวางแผนการสอนขั้นใด
    ก. กำหนดวัตถุประสงค์                                                ข. การเลือกเนื้อหา
   ค. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน                           ง. การวัดประเมินผล
29. ข้อใดไม่ใช่จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามแนวใหม่
      ก. ความสามารถทางความคิด
     ข. ความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
     ค. ความมีคุณธรรมและจริยธรรม     ง. ความสามารถในการอ่านคล่องเขียนคล่อง
30. ข้อใดส่งผลให้ผู้บริหารมีผลงานดีเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน    ก. การวิเคราะห์ผลงานและพัฒนา                           
    ข. การกำหนดยุทธวิธีและปฏิบัติ

   ค. การจัดหาทรัพยากรและใช้ทรัพยากร
    ง. การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันกับปัญหาและความต้องการ

ข้อสอบครูผู้ช่วย ชุดที่ 26

ข้อสอบ ชุดที่ 26
1. ข้อใดคือองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู
       ก. คุรุสภา
                                                                                       ข. ก.ค.ศ
      ค. อ.ก.ค.ศ.                                                                                   ง. ถูกทุกข้อ
2. คุรุสภามีฐานะตามข้อใด     ก. เป็นองค์กรวิชาชีพครู                                                             ข. เป็นนิติบุคคล
     ค. เป็นองค์กรในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ                   ง. ถูกทุกข้อ
3. หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมและรักษามาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
      ก. คุรุสภา
                                                                                        ข. สก.สค.
      ค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา                                                 ง. สำนักงานเลขาธิกา สก.สค.
4. สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สก.สค.) เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การบริหารตามข้อใด       ก. คุรุสภา                                                                                    ข. รัฐมนตรี
      ค. กระทรวงศึกษาธิการ                                                             ง. คณะกรรมการ สก.สค.
5. มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา
ของกระทรวงศึกษาธิการ
     ก. คุรุสภา                                                                                       ข. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
     ค. คณะกรรมการ สก.สค                                                               ง. สำนักงานคณะกรรมการ สก.สค.
6. ใคร คือประธานคุรุสภา      ก. นายกรัฐมนตรี                                                                        ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
     ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ                                                      ง. ผู้ทรงคุณวุฒิ
7. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของคุรุสภา
         ก. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
                                          ข. กำหนดนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ
       ค. วิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ                                       ง. ออกข้อบังคับคุรุสภา
8. ใคร เป็นกรรมการและเลขานุการคุรุสภา       ก. ศ.เสริมศักดิ์ วิสาลาภรณ์                                                     ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
      ค. เลขาธิการคุรุสภา                                                                   ง. ไม่มีข้อถูก
9. ใคร ไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
      ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
                                       ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
      ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ.                                                   ง. เลขาธิการคุรุสภา
10. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีจำนวนกี่คน    ก. 39 คน                                                                         ข. 32 คน
    ค. 26 คน                                                                         ง. 17 คน11. พิจารณาพักใช้ใบประกอบวิชาชีพครู    ก. คุรุสภา                                                                        ข. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
    ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ                              ง. สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
12. ใคร คือผู้ดูแลทะเบียนผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ      ก. คุรุสภา                                                                      ข. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
     ค. เลขาธิการคุรุสภา                                                       ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
13. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นวิชาชีพควบคุม      ก. วิชาชีพครู                                                                                ข. วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
      ค. วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา                                    ง. ถูกทุกข้อ
14. ใคร ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ      ก. รองผู้อำนวยการสถานศึกษา                                ข. ครูอัตราจ้างรายเดือนในสถานศึกษา
    ค. ข้าราชการพลเรือนในสำนักงานเขตฯ                   ง. ศึกษานิเทศก์
15. ขาดคุณสมบัติไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพครูได้
    ก. มีอายุย่างเข้าปีที่ยี่สิบ                                                ข. มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์
     ค. เคยถูกจำคุก 2 ปีฐานทารุณกรรมเด็ก                   ง. ถูกทุกข้อ
16. อายุของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบริหารสถานศึกษา     ก. ชั่วคราว 3 ปี                                                             ข. ชั่วคราว 5 ปี
     ค. 5 ปี                                                                                ง. ตลอดชีพ
 17. หากถูกลงโทษเพราะประพฤติผิดมาตรฐานวิชาชีพ
       ก. ถูกพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ                              ข. ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
      ค. ไม่สามารถสอนนักเรียนได้                                    ง. ถูกออกจากระบบราชการ
18. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการจัดอยู่ในมาตรฐานวิชาชีพข้อใด      ก. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์                                    ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
     ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน                                                           ง. ทุกมาตรฐานข้างต้น
19. ผู้บริหารที่รู้อยู่แล้วว่า รับครูอัตราจ้างที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาสอนจะมีความผิด
ตามข้อใด
       ก. ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ              ข. ถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
       ค. ถูกจำคุกไม่เกิน 3 ปี                                                 ง. ไม่มีความผิดเพราะครูอัตราจ้างไม่มีข้อห้าม
20. คณะกรรมการที่ประธานกรรมการโดยตำแหน่ง       ก. คุรุสภา                                                                                    ข. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
      ค. คณะกรรมการ สก.สค.                                                             ง. เฉพาะข้อ ข และ ค
21. ผู้ที่มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องมีอายุกี่ปีเป็นอย่างน้อย        ก. 18 ปีบริบูรณ์                                                                         ข. ย่างเข้าปีที่ 20
       ค. 20 ปีบริบูรณ์                                                                             ง. ไม่จำกัดอายุ
22. บุคคลต่อไปนี้หากยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะต้องผ่านการทดสอบและประเมินความรู้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภากำหนด
        ก. ผู้ที่เคยบกพร่องในศีลธรรมอันดีมาก่อน
       ข. ผู้ที่ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
       ค. ผู้ที่เป็นชาวต่างประเทศ
     ง. ถูกทุกข้อ
23. ใครบ้างต่อไปนี้มีสิทธิยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้
      ก. ผู้ที่เป็นครูและเป็นสมาชิกคุรุสภา                                      ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
      ค. ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาด้านครุศาสตร์                                      ง. ถูกทุกข้อ
24. ใครเป็นผู้ลงนามในใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู       ก. นายกรัฐมนตรี                                                       ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
      ค. ประธานคุรุสภา                                                         ง. เลขาธิการคุรุสภา
25. ข้าราชการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารายใดต่อไปนี้ หากไม่มีใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพจะไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
     ก. เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน                ข. ศึกษานิเทศก์
     ค. ข้าราชการพลเรือนสามัญ                                   ง. ข้าราชการทุกคนควรมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
26. ประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ        ก. ประเภทเดียว                        ข. 2 ประเภท                        ค. 3 ประเภท                        ง. 4 ประเภท
27. หากถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว ต้องพ้นกำหนดกี่ปี นับแต่วันเพิกถอนจึงจะมีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้      ก. ไม่ได้กำหนด                                                          ข. 1 ปีเป็นอย่างน้อย
      ค. 3 ปีเป็นอย่างน้อย                                                   ง. 5 ปี
28. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะสิ้นสุดลงกรณีใด         ก. ใบอนุญาตนั้นหมดอายุ                                     ข. ถูกสั่งเพิกถอน
        ค. ถูกสั่งพักใช้                                                          ง. ถูกทุกข้อ
29. ผู้มีอำนาจในการพิจารณาว่าข้าราชการครูผู้ใดจะถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ       ก. ประธานคุรุสภา                                              ข. เลขาธิการคุรุสภา
       ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ                          ง. คณะกรรมการคุรุสภา
30. กรณีที่ร้องขอเพื่อต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้มีอำนาจไม่อนุญาตสามารถร้องทุกข์
ต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายในกี่วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง
        ก. 15 วัน                                                                    ข. 30 วัน
       ค. 45 วัน                                                                      ง. 90 วัน

ข้อสอบครูผู้ช่วย ชุดที่ 25

ข้อสอบ ชุดที่ 25
1. แผนการหรือโครงการที่จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้ในการปฏิบัติการสอนในรายวิชาใด
วิชาหนึ่ง เป็นการเตรียมการสอนอย่างเป็นระบบและเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครูพัฒนาการเรียนการ
สอนไปสู่จุดประสงค์การเรียนรู้และจุดหมายของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกี่ยวข้องกับข้อใด
       ก. กำหนดการสอน                                                   ข. แผนการสอน
      ค. บันทึกการสอน                                                       ง. วิธีสอน
2. การจัดทำแผนการสอนก่อประโยชน์อย่างไร
       ก. ก่อให้เกิดการวางแผนและการเตรียมการล่วงหน้าเป็นการนำเทคนิควิธีการสอนการเรียนรู้ สื่อ
   เทคโนโลยี และจิตวิทยาการเรียนการสอนมาผสมผสานประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมต่างๆ
    ข. ส่งเสริมให้ครูผู้สอนค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรเทคนิคการเรียนการสอน การเลือกใช้
   สื่อ การวัดผลประเมินผลตลอดจนประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำเป็น
   ค. เป็นคู่มือการสอนสำหรับครูผู้สอนและครูที่สอนแทนนำไปปฏิบัติการสอนอย่างมั่นใจ
   ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
3. ในการจัดทำแผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนอกจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัด
ทำและเขียนแผนการสอนแล้ว ครูผู้สอนต้องมีความรู้ในเรื่องใดต่อไปนี้
     ก. แนวคิดหลักการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
     ข. เทคนิคการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
    ค. การวัดผลประเมินผลที่สอดคล้องกับการเรียนการสอนน้นผู้เรียนเป็นศูนย์สำคัญ
   ง. ถูกทุกข้อ
4. Child Center ใครเป็นผู้คิดค้นและใช้คำนี้เป็นคนแรก
      ก. Carl R. Rogers 
                                                         ข. John Due
      ค. Benjamin S. Bloom                                             ง. Thorn Dike
5. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมีความหมายตรงกับข้อใด   ก. การส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
   ข. การเรียนในเรื่องที่สอดคล้องกับกับความสามารถและความต้องการของตนเอง
  ค. การที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่
  ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
6. การประเมินผลการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นอะไร     ก. เนื้อหา                                                                       ข. ผลสัมฤทธิ์
    ค. ผลงานและกระบวนการ                                           ง. สติปัญญา
7. บทบาทของครูในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตรงกับข้อใด
    ก. Supporter                                                                  ข. Helper and Advisor
     ค. supporter and Encourager                                   ง. ถูกทุกข้อ
8. การตรวจสอบผลการทำงานตามกิจกรรมของผู้เรียน เพื่อให้ถูกต้องสมบูรณ์ สังเกตพฤติกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่มีผลต่อการเรียนรู้ขณะดำเนินกิจกรรม เป็นบทบาทของครูตามข้อใด      ก. Feedback                                                                  ข. Monitor       ค. Support                                                                  ง. Advisor
9. การวัดผลประเมินผลที่เน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลางควรใช้วิธีใดต่อไปนี้     ก. Portfolio                                                                   ข. Performance
     ค. Authentic Measurement                                       ง. ทั้ง 3 ข้อ10. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่า การเรียนแบบสืบค้น คือ
     ก. Inquiry 
                                                                       ข. Discovery
     ค. Questioning                                                             ง. Case Study
11. ขั้นที่ 2 ของ Inquiry Process คือ     ก. กำหนดปัญหา                                                           ข. กำหนดสมมุติฐาน
    ค. รวบรวมข้อมูล                                                           ง. ทดสอบสมมุติฐาน
12. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่าการเรียนแบบการค้นพบ คือ   ก. Inquiry                                                                         ข. Discovery
   ค. Questioning                                                                ง. Case Study
13. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่า การเรียนแบบใช้กรณีศึกษา คือ
      ก. Inquiry                                                                       ข. Discovery
      ค. Questioning                                                            ง. Case Study
14. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบแก้ปัญหา       ก. Problem Solving                                                                  ข. Concept mapping
       ค. Decision making                                                                                 ง. Case Study
15. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างแผนผังความคิด      ก. Problem Solving                                                                    ข. Concept mapping
      ค. Decision making                                                                     ง. Case Study
16. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบใช้การตัดสินใจ
      ก. Problem Solving                                                                     ข. Concept mapping
      ค. Decision making                                                                   ง. Case Study
17. การบูรณาการ (Integration) คือการทำให้สมบูรณ์เป็นคำกล่าวของใคร     ก. นพ.ประเวศ วะสี                                                                    ข. นพ.เกษม วัฒนชัย
     ค. ประธรรมปิฎก                                                                          ง. พระเทพโมฬี
18. ข้อใดกล่าวถึงการบูรณาการได้ถูกต้อง
        ก. การประมวลหน่วยย่อยที่แยกๆ กันให้รวมเข้าเป็นองค์รวมที่ครบถ้วนสมบูรณ์

        ข. การทำให้หน่วยย่อยทั้งหลายเข้ารวมเป็น องค์ประกอบซึ่งทำหน้าที่ประสานซึ่งกันและกัน
   กลมกลืนเข้าเป็นองค์รวมเดียวกันอันทำให้เกิดความสมดุลที่องค์รวมนั้นสามารถดำรงอยู่และ
   ดำเนินไปได้ในสภาวะที่ครบถ้วนสมบูรณ์
       ค. การทำให้หน่วยย่อยๆทั้งหลายที่สัมพันธ์กันอาศัยซึ่งกันและกัน เข้ามาร่วมทำหน้าที่ประสาน
   กลมกลืนเป็นองค์รวมหนึ่งเดียว ที่มีครบถ้วน สมบูรณ์อยู่ในตัว
      ง. ถูกทุกข้อ
19. เป็นวิธีสอนที่ใช้กรณีหรือเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง มาดัดแปลง และใช้เป็นตัวอย่างใน
การเรียนให้การศึกษาวิเคราะห์อภิปรายเพื่อสร้างความเข้าใจ และฝึกฝนหาทางแก้ปัญหานั้น
มีความหมายตรงกับข้อใด
      ก. Case Study                                                                               ข. Simulation
      ค. Action or Dramatization                                                      ง. Role - Play
20. การสร้างสถานการณ์ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงแล้วให้ผู้เรียนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น และมีปฏิกิริยาโต้ตอบกัน มีความหมายตรงกับข้อใด      ก. Case Study                                                                             ข. Simulation
      ค. Action or Dramatization                                                       ง. Role - Play
21. วิธีการที่ให้ผู้เรียนทดลองแสดงบทบาทตามบทที่เขียนโดยผู้แสดงจะต้องแสดงให้สมตาม
บทบาทที่ กำหนดไว้โดยไม่นำเอาบุคลิกภาพและความรู้สึกนึกคิดของตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง
อันจะมีส่วนทำให้เกิดผลเสียต่อการแสดงบทบาทนั้นๆ มีความหมายตรงกับข้อใด
      ก. Case Study                                                                               ข. Simulation      ค. Action or Dramatization                                                      ง. Role - Play
22. เป็นวิธีการที่มีการกำหนดบทบาทผู้เล่นในสถานการณ์ที่สมมุติขึ้นแล้วให้ผู้เรียนเข้าสวมบทบาท
นั้นและแสดงออกตามธรรมชาติ โดยอาศัยบุคลิกภาพ ประสบการณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตนเอง
เป็นหลักมีความหมายตรงกับข้อใด
        ก. Case Study                                                                           ข. Simulation
       ค. Action or Dramatization                                                      ง. Role - Play
23. การเรียนรู้ที่มีความหมายแก่ผู้เรียน หมายความว่าอย่างไร       ก. การเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
        ข. ใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้และ คำตอบต่างๆ ที่ตนต้องการ
        ค. การเรียนที่ผู้เรียนค้นพบด้วยตนเอง มีส่วนทำให้ เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและจดจำได้ดี
        ง. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน24. รูปแบบใดเป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้ เรียนเป็นสำคัญ
       ก. CIPPA MODEL
                                     ข. CIPP MODEL
       ค. Integration                                                              ง. ถูกทั้ง ก. และ ค.
25. พหุปัญญา หมายถึง      ก. แนวคิดในการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน เป็นการพัฒนาแบบองค์รวมทั้งในด้านสติปัญญา
   และพัฒนาทางด้านอารมณ์
        ข. แนวคิดพัฒนาผู้เรียนด้านวิชาการลักษณะผู้เชี่ยวชาญ
        ค. แนวคิดในการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ        ง. ถูกทุกข้อ
26. การให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน       ก. CONSDTRUCT                                                                   ข. INTERACTION
        ค. PHYSICALPARTICIPATION                                     ง. APLICATION27. การให้ผู้เรียนสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองโดย กระบวนการแสวงหาความรู้ แสวงหาข้อมูล ทำความ
เข้าใจ คิดวิเคราะห์ตีความ แปลความ สร้างความหมาย สังเคราะห์ข้อมูลและสรุปข้อความรู้
       ก. CONSDTRUCT
                                                                      ข. INTERACTION
      ค. PHYSICALPARTICIPATION                                        ง. APLICATION
28. การให้ผู้เรียนมีบทบาทมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ให้มากที่สุดได้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยทำ
กิจกรรมลักษณะต่างๆ
      ก. CONSDTRUCT                                                                     ข. INTERACTION
      ค. PHYSICALPARTICIPATION                                             ง. APLICATION
29. การให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน เรียนรู้จากกันแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดและประสบการณ์     ก. CONSDTRUCT                                                                      ข. INTERACTION     ค. PHYSICALPARTICIPATION                                         ง. APLICATION
30. ต่อไปนี้ข้อใดเป็นบทบาทหน้าที่ของครู    ก. เตรียมการสอน                                                                         ข. จัดทำแผนการสอน
    ค. จัดกิจกรรมการเรียนการสอน                                  ง ทุกข้อที่กล่าวมา